สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Lude.Me

เมื่อ หลวงปู่ขวัญ วัดบ้านไร่ เจอดวงวิญญาณ พระเจ้าเสือ ...

เมื่อ หลวงปู่ขวัญ  วัดบ้านไร่ เจอดวงวิญญาณ พระเจ้าเสือ ...

ก็ขอ  อนุญาต เจ้าของเรื่องดัวย  ที่ได้นำ เอาเรื่องนี้ มาเล่าต่อ โดยที่อาตมาภาพไม่ได้ขออนุญาต โดยตรง  เพราะไม่รู้จะติดต่อได้ยังไง  แต่ก็หวังว่า คงไม่ว่ากะไร เพราะถือว่า เป็นคนบ้านเดียวกัน คนพิจิตรเหมือนกัน

 แต่เห็นเกี่ยวกับเรื่องของ  พระเจ้าเสือ  และเห็นว่า แปลกดี ก็ขอนำมาเล่าต่ออีกที...

  เมื่อ  หลวงปู่ขวัญ  พบดวงพระวิญญาณ พระเจ้าเสือ



เรื่องนี้เกิดประมาณ พ.ศ.2517 ยุคนั้นเป็นยุคที่คนคลั่งใคล้ในการหาสมบัติหรือ ตัดเศียรพระ ช่วงนั้นทำให้มีโบราณวัตถุได้หายไปมาก สำหรับเรื่องที่จะเล่าก็เกี่ยวกับการหาสมบัติเป็นดังนี้ครับ มีชายคนนึงได้ลายแทงมาจากอยุธยาเป็นลายแทงที่บอกว่ามีสมบัติของ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่  8 (พระเจ้าเสือ) ซ่อนอยู่ที่ วัดโพธิ์ประทับช้าง ก็เลยขึ้นมาหาที่ วัดโพธิ์ประทับช้าง (ซึ่งเป็นที่ประสูติของพระเจ้าเสือ) จู่ก็เกิดตัวบวมปวดท้องไม่มีสาเหตุ ลูกหาบจึงหามมาหาหลวงปู่ขวัญให้รักษา ท่านก็ทำน้ำมนต์รด ปรากฏว่าชายคนนั้นลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า พระคุณเจ้าไอ้นี่มันเป็นคนเลวคิดจะเอาสมบัติชาติผมได้รับคำสั่งจากเจ้าที่ที่เฝ้าให้ลงโทษมัน หลวงปู่ท่านจึงกล่าวว่า โยมเป็นใครล่ะ ชายคนนั้นตอบว่าผมเป็นเทวดาที่เฝ้าสมบัตินั้นอยู่ขอรับ หลวงปู่ถามว่า โยมอาตมาต้องการช่วยเขามีวิธีไหมเล่า ท่านต้องไปขอจากสมเด็จพระเจ้าเสือขอรับ ชายที่ถูกสิงพูด แล้วทำไงล่ะ หลวงปู่ท่านถาม นิมนต์พระคุณเจ้าเอาเจ้านี่ไปวัดโพธิ์ประทับช้างคืนนี้ก่อนสองยามกระผมจะไปรายงานพระเจ้าเสือ ท่านต้องมาพบพระคุณเจ้าแน่ขอรับ หลวงปู่ก็ตกลง และ ก็ให้ลูกหาบหามชายหาสมบัติไป รอที่ วัดโพธิ์ประทับช้าง ส่วนวันนั้นทั้งวัน หลวงปู่ขวัญ ท่านนั่งกรรมฐานโดยไม่ออกมาพบปะผู้คนเลย โพล้เพล้ท่านก็เดินทางไปวัดโพธิ์ประทับช้าง สักประมาณสองยามหลวงปู่ท่านก็นั่งบริกรรมคาถา แผ่เมตตาของท่านว่า พุทโธ กรรมฐาโม กรรมจุติ สัมพุทธโธ ก็เกิดลมพัดใหญ่ สักพักก็พบชายร่างกายกำยำสวมเสือผ้าไหมดิ้นทอง เดินมายกมือก้มกราบ กระผมชื่อ นายเดื่อ  เจ้าของสมบัติ (หมายเหตุ นายเดื่อ คือชื่อของ พระเจ้าเสือ ที่ท่านเรียกตนเอง)                   หลวงปู่ขวัญ ท่านรู้แล้วว่าเป็น พระเจ้าเสือ จึงออกปากบิณฑบาตขออย่าให้ พระเจ้าเสือ ทำร้ายนายคนนั้นอีก พระเจ้าเสือ ท่านก็รับปากแต่ ท่านจะขอให้หลวงปู่บอกนายคนนั้นให้สร้าง พระอุทิศส่วนกุศล ให้ท่านเพราะปัจจุบันท่านเป็นเพียง ภุมเทวดาธรรมดา หลวงปุ่ก็รับปากจะบอกให้

     พระเจ้าเสือ จึงว่า งั้นโยมจะเอาสมบัติให้มันไปเป็นทุนสร้างพระอุทิศให้โยม แต่พระคุณเจ้าจะต้องทายปริศนาก่อนว่าสมบัติโยมอยู่ที่ไหน ก้อแล้วสมบัติมหาบพิตรอยู่ที่ใดเล่า  หลวงปู่ขวัญท่านถาม สมบัติโยมอยู่ที่ ควายสองตัวหันหัวชนกัน ล่ะขอรับ หลวงปู่ขวัญจึงตอบว่าอาตมาภาพรู้แล้ว สมบัติมีที่อยู่ที่ ต้นมะขวิดสองต้น ที่หันหน้าชนกัน หน้าพระอุโบสถ นี่เอง พระเจ้าเสือ จึงบอกว่า ใช่ขอรับ แล้วยกมือไหว้หลวงปู่ว่ากระผมขอลาไปก่อนและอย่าลืมบอกให้เจ้านั่นจัดการให้กระผมด้วยขอรับพระคุณเจ้า แล้วดวงพระวิญญาณก็หายไปชายคนนั้นก็หายจากอาการตัวบวม และเมื่อขุดที่ตรงระหว่างต้นมะขวิดหันหน้าชนกันก็พบทองคำเท่าลูกบวบ กระโถนทอง ข้างในมี เศษรกแห้ง หลวงปู่ท่านจึงให้ชายคนนั้น เอาทองลูกบวบไปขายเอาเงินไปสร้างพระถวายพระเจ้าเสือที่อยุธยา และ กระโถนใบนั้นท่านได้มอบให้นายอำเภอเพราะเป็นที่ใส่รกของพระเจ้าเสือเมื่อพระองค์ประสูติ
            นี่ก็เป็นเรื่องเล่าที่ผมได้ฟังจากหลวงปู่ท่านและถือโอกาสมาเรียบเรียงให้เพื่อนๆได้อ่านกัน ก็เพื่อจะได้ให้เพื่อน ๆ เห็นว่า อภิญญา หรือ ฌานสมาบัติในพระพุทธศาสนามีจริง ภูติผีเทวดาโลกหน้ามีจริงจะได้ดำรงตนด้วยความไม่ประมาทครับ
(หมายเหตุ พ่อผมได้เล่าเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์นี้ทำให้จังหวัด มีดำริ สร้างศาลพระเจ้าเสือ และยกหลักเมืองพิจิตร ในเวลาต่อมา ส่วนชายคนนั้น นำเงินไปสร้างพระอุทิศให้ พระเจ้าเสือ ที่วัด แถวอำเภอนครหลวง  จ. อยุธยา  ครับ )

                                          ขอขอบคุณ และ อนุโมทนา  เจ้าของเรื่อง  มา   ณ  โอกาสนี้ด้วย

                                                                         อริญฺชโยภิกขุ

                                                                    วัดโพธิ์ประทับช้าง

view